แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับเรียนดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับเรียนดี แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ดนตรีช่วยเสริมความจำ เคล็ดลับเรียนดี

อารมณ์มีส่วนสำคัญต่อการเรียนอย่างมาก ความเบื่อหน่าย เซ็งกับเรื่องส่วนตัวอื่น ๆ ก็มีผลต่อการเรียนไม่น้อยเลยทีเดียว การบำบัดอารมณ์ให้สดใสอยู่เสมอ จะช่วยกระตุ้นให้การพัฒนาการเรียนรู้ให้เป็นไปในทางที่ดียิ่งขึ้น

หลักการความจำความรู้หรือเนื้อหาต่าง ๆ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วแต่ละความสามารถและความถนัด บางคนใช้การจด บทคนทำเป็นแผ่นภาพ บางคนเขียนแปะให้เห็นชัด หรือบางคนอัดเทปไว้ฟัง แต่มีวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้การฟังละการอ่านของเรามีประสิทธิภาพดีขึ้น นั่นคือการฟังเพลงเบา ๆ สบาย ๆ



การฟังเพลงจะช่วยให้บทเรียนที่ตึงเครียดที่เรากำลังอ่านอยู่ดูไม่รุนแรงจนเกินไป ที่สำคัญไม่เงียบมาก หรือดังจนเกินไป เมื่ออารมณ์ของเราพร้อมที่จะรับข้อมูลต่าง ๆ สมองก็จะจดจำได้เองโดยอัตโนมัติ

การใช้เพลงร่วมกับการทำอารมณ์เช่นนี้ใช้ได้กับบางคนเท่านั้นเพราะสำหรับคนอื่น ๆ อาจจะต้องการความเงียบสงบเท่านั้น เสียงต่าง ๆ ที่เข้ามาเป็นการทำลายสมาธิก็มีอยู่ค่อนข้างมาก ดังนั้นควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองให้มากที่สุด เพื่อจะได้รับความรู้อย่างเต็มที่

แบบฝึกหัดสำคัญมาก เคล็ดลับเรียนดี




แม้ว่าเราจะต้องตั้งใจเรียนเพื่อให้เข้าใจบทเรียนและตำราแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ การฝึกใช้สิ่งที่เรามีอยู่ในหัวสมองมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ การฝึกใช้ความรู้คือการทำแบบฝึกหัดและทดสอบความรู้ของตนเองได้ดีที่สุด

ความรู้ในตำราเรียนนั้น เช่น เรารู้ว่าเลือดนั้นแบ่งเป็น 4 กรุปเลือด ได้แก่ A B AB และ O จากนั้นเราต้องรู้ว่าการถ่ายเลือดต้องถ่ายจากกรุปไหนไปกรุปไหนได้บ้าง ดังนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุอาจจะเป็นเพื่อน เป็นญาติ หรือตัวเอง เราต้องรู้ว่าเขาต้องใช้เลือดชนิดใด ความรู้ที่เรามีอยู่ควรนำมาใช้ในชีวิตประจำวันบ้าง ซึ่งจะช่วยให้เราจำได้ดีขึ้น

หรือเราเรียนเรื่องกฎแรงโน้มถ่วง หรือแรงดึงดูดของโลกมาจนจบบทเรียน ทฤษฎีแน่นปึก แต่เรากลับมาอธิบายไม่ได้ว่าทำไมของต่าง ๆ ต้องตกลงสู่พื้นดิน อย่างนี้เป็นการเรียนที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

การเรียนที่ถูกต้อง และสัมฤทธิผลจะต้องสามารถนำไปใช้และอธิบายได้ การเรียนแต่แค่ในหนังสือนำมาใช้ไม่ได้ ถือว่าการเรียนนั้นไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ แก่ตัวนักเรียนเลย

สมาธินั้นสำคัญมาก เคล็ดลับเรียนดี


การเรียนให้ดีนั้น เวลาเข้าเรียนต้องพร้อมทั้งตาที่จ้องไปที่อาจารย์ผู้สอน หูฟังที่อารารย์พูด หรือเพื่อนถามตอบกัน มือจดบันทึกสิ่งที่ได้เห็นและได้ยิน สมองต้องคิดตามสิ่งต่าง ๆ ที่ครูสอนความพร้อมในทุก ๆ เรื่องเช่นนี้ต้องอาศัยสมาธิของเราเป็นหลัก

การเกิดสมาธิของเรานั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ด้านทั้งความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว ภาวะอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง หรือเหตุการที่เกิดกับชีวิต สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดปัญหาและทำลายสมาธิของเราลงได้ เมื่อใดก็ตามที่เราเข้าห้องเรียน เราต้องตัดความวุ่นวายใจอันก่อให้เกิดการทำลายสมาธิไปให้หมด เพราะไม่อย่างนั้น จะเรียนไม่รู้เรื่องแน่นอน ตาก็เหม่อลอย หูก็จะได้ยินแต่เสียงกระทบจิตใจ มือจะเขี่ยปากกา สอมงจะคิดแต่เรื่องที่เจอมา สมาธิของเราจะไม่มี แล้วเราจะไม่พร้อมสักอย่าง

การสร้างสมาธิอาจจะไม่ต้องถึงกับการนั่งสมาธิสัก 10 นาทีก่อนเข้าเรียน แต่อาจเป็นการหลับตาลงสัก 1 นาที แล้วบอกตัวเองว่าจะเรียนแล้ว เลิืกคิดเรื่องอื่นก็น่าจะดีมากขึ้น

การจำตัวอย่าง เคล็ดลับเรียนดี

เนื้อหาของบางวิชาอาจจะค่อนข้างมาก และถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักสำหรับการจำรายละเอียด หรือบทสรุปของแต่ละวิชา ดังนั้นการดึงเอาเทคนิคการเตือนความจำมาใช้ ก็จะช่วยตรงเรื่องนี้ได้มากเลยทีเดียว



เคล็ดลับการจำที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ การจำตัวอย่างของบทเรียน หรือเนื้อหานั้น ๆ เช่น หนังสือเล่มหนึ่งเราเรียนมาถึงบทหนึ่งที่พูดถึงแรงโน้มถ่วงของโลก ว่าวัตถุต่าง ๆ จะตกลงสู่พื้นโลก เพราะมีแรงดึงดูดแล้วครูก็ยกตัวอย่างการโยนอิฐและสำลีลงมา ของทั้งสองตกลงมาด้านล่างแต่แตกต่างกันตรงระยะเวลาที่ตกลงถึงพื้น เพราะน้ำหนักของสองอย่างมีความต่างกัน

สิ่งที่เราจดจำคือ การโยนอิฐและสำลี เมื่อนึกและจำภาพเรื่องราวของตัวอย่างออก ความเข้าใจเรื่องนั้น ๆ ก็เกิดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ โดยเราไม่ต้องเครียดเลย

การจำแบบฝึกหัดนอกจากจะช่วยให้เราจำบทเรียนง่ายขึ้นแล้ว ยังทำให้เราเข้าใจและอธิบายเรื่องนั้น ๆ ได้อย่างดียิ่งขึ้นด้วย การจำเรื่องราวเช่นนี้เป็นการจำที่ไม่น่าเบื่อ และถือเป็นการเรียนที่สนุก ความอยากเรียนจะขึ้น ผลการเรียนย่อมเป็นเรื่องที่น่าพอใจอย่างแน่นอน

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ต้องสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองบ้าง เคล็ดลับเรียนดี

นักเรียนส่วนใหญ่ที่มีความตั้งใจและมุ่งมั่น นอกจากเขาจะต้องตั้งใจจริงแล้ว เขาต้องบอกตัวเองเสมอว่า ถ้าทำได้อย่างนี้จะมีรางวัลให้กับตัวเอง



เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งแชมป์เคมีโอลิมปิก บอกว่านอกจากพ่อแม่จะเป็นกำลังใจและคอยยินดีกับความสำเร็จแล้ว ตัวเขาเองนี่แหละที่ยินดีและให้รางวัลแก่ตัวเองเสมอ โดยในการสอบหรือการอ่านหนังสือแต่ละวัน จะมีกฎเกณฑ์จะมีมาตราฐานว่าต้องทำให้ได้มากน้อยแค่ไหน หากทำได้ก็จะไปดูหนังกับเพื่อนหรือไปชอปปิ้ง การบอกกับตัวเองเช่นนี้นั้นช่วยให้เรามีแรงจูงใจที่จะเรียนขึ้นมาอย่างมาก แต่การทำเช่นนี้ต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เช่น ถ้าทำไม่ได้ต้องงดแรงจูงใจอย่างเด็ดขาด เพราะจะได้ฝึกตัวเองมากยิ่งขึ้น

การสร้างแรงจูงใจ ไม่ได้เป็นการหลอกตัวเอง แต่ทำด้วยความซื่อสัตย์ และอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ ซึ่งไม่ต้องมากเกินไป เช่น ถ้าทำได้จะไปต่างประเทศ มันก็เป็นการหลอกตัวเองมากเกินไป

แรงจูงใจเหล่านี้จะทำให้นักเรียนอย่างเรามีความกระตือรือร้อนที่จะเรียน และตั้งใจเรียนสูงขึ้น ซึ่งก็จะทำให้การเรียนของเราเป็นเรื่องที่มีสีสันขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว


ต้องรู้เป้าหมายของแต่ละวิชา เคล็ดลับเรียนดี

ปัจจุบัน ในการเรียนแต่ละวิชานั้น ครูผู้สอนจะต้องมีการแจ้งวัตถุประสงค์ของการเรียนไว้อย่างชัดเจน ว่าต้องการให้เด็กได้เรียนรู้อะไรและเพื่อให้เกิดประโยชน์อะไร หรือทำข้อสอบในส่วนใดได้หลังจากที่จบหลักสูตรของวิชานี้แล้ว



การสอนของครูส่วนใหญ่จะสอนวัตถุประสงค์ของวิชาเหล่านั้นนั่นเอง การเริ่มเรียนด้วยการศึกษาวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของแต่ละวิชา จะช่วยให้เรามองเห็นภาพ และความต้องการของแต่ละวิชาได้ดียิ่งขึ้น

หลังจากทราบวัตถุประสงค์ต่าง ๆ การวางแผนอ่านหนังสือหรือทบทวนบทเรียนก็ง่ายยิ่งขึ้น เราจะอ่านและปฏิบัติเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องที่รายวิชานั้น ๆ ต้องการให้เราสัมฤทธิผลการเรียนตามวัตถุประสงค์นี้เองเราจะไม่หลงประเด็น และรุ้เป้าหมายของเราเป็นอย่างดี ซึ่งถ้ามีการวางแผนมาดีทุกวิชาก็เป็นเรื่องไม่ยาก และไม่น่าเบื่อแน่นอน

บันทึกประจำวัน เคล็ดลับเรียนดี




หัวใจสำคัญของการอ่้านหนังสือ นั่นคือการจดบันทึกสิ่งที่อ่านสรุปใจความสำคัญออกมา และหัวใจสำคัญของการเรียนก็อยู่ที่การจดบันทึกประจำวันเช่นกัน

ในการเรียน หรือการดำเนินชีวิตใน 1 วัน เราต้องรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ทั้งจากคำบอกเล่าของครูเกี่ยวกับการเรียนการสอน จากเพื่อน ๆ จากพ่อแม่ และสิ่งที่ตนเองได้พบเห็นมาแต่ละวัน ก็ถือเป็นเรื่องหรือเหตุการณ์ที่ไม่น้อยเลยทีเดียว

การจดบันทึกสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จะสามารถช่วยเราจำรายละเอียดคำพูด และเหตุการณ์ประจำวันได้มากขึ้น ดังนั้น การพกสมุดบันทึกเล็ก ๆ ติดตัว ก็น่าจะช่วยพัฒนาความจำของเราให้ดีขึ้น

สมุดบันทึกที่ว่านี้เป็นการบันทึกคำสั่งต่าง ๆ จากครู พ่อแม่ เพื่อน ๆ เช่น เรื่องของการบ้าน การสอบ และรวมไปถึงการบันทึกการนัดหมายต่าง ๆ เช่น การติวข้อสอบ การอบรมต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเอื้ออำนวยต่อการเรียนมากยิ่งขึ้น

เพราะฉนั้นการเรียนให้ดี จะจำให้ได้ การจดบันทึกสิ่งต่าง ๆ ก็เป็นวิธีที่เราควรปฏิบัติ เพราะจะส่งผลดีต่อการเรียน และการพัฒนาความรู้ของเราอย่างแน่นอนที่สุด

เมื่อเกิดความผิดพลาด เคล็ดลับเรียนดี



ความผิดพลา่ดทางการเรียน เช่น การสอบในสถาบันการศึกษาและโรงเรียนต่าง ๆ อาจทำให้รู้สึกท้อแท้และหมดหวัง จนทำให้ไม่อยากเรียน หรือตั้งใจทำอะไรอีกต่อไป

ในเรื่องของความพลาดหวังนี้ มันสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ ตลอดเวลา อาจจะเป็นจังหวะที่เราไม่พร้อม เตรียมตัวไม่เต็มที่ หรือ อาจจะเกิดอุบัติเหตุพลาดจากการสอบ หรือเรื่องสุขภาพ จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เราไม่ควรผิดหวังมากกับความผิดพลาดในครั้งนั้น ๆ

หากเรามองความพลาดหวังให้เป็นบทเรียน และหาข้อบกพร่องของตนเองก็น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะในอนาคตเราจะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาดนี้อีก กำลังใจในการบอกกับตัวเองว่าจะขยันเรียน จะต่อสู้ต่อไป นับว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า และเป็นแรงผลักดันให้กับตัวเองมากยิ่งขึ้น

อย่าหวังพึ่งคนอื่น เคล็ดลับเรียนดี



การที่ขาดเรียน โดดเรียน หรือไม่มาเรียนบ่อย ๆ นั้น ความเบื่อหน่ายการเรียนก็จะมีมากขึ้น ๆ จนเราอาจมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการเรียนไปเลยก็ได้

นักเรียนที่โดดเรียนส่วนใหญ่มักหวังพึ่งสมุดจดของเพื่อนในชั่วโมงเรียน หรือลอกการบ้านในงานที่ครูสั่ง และลอกข้อสอบ เมื่อถึงเวลาที่ต้องวัดความรู้ การทำเช่นนี้ถือว่าไม่ทำอะไรเองเลย และแถมต้องพึ่งคนอื่นไปเสียทุกเรื่อง

ทางที่ดีที่สุดของการเรียนที่ประสบความสำเร็จ คือการพึ่งพาความสามารถอันเต็มที่ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเรียน และจดบันทึกวิชาเรียนต่าง ๆ เอง ทำการบ้านต้องพยายามด้วยตนเอง ให้เพื่อนสอนดีกว่าลอกเพื่อน เมื่อเราพร้อมแล้ว ข้อสอบไม่ว่าวิชาไหนก็ตามเราก็ไม่จำเป็นต้องลอกเพื่อนอีกต่อไป

การเข้าเรียน หรือการจดบันทึกด้วยตัวเอง จะทำให้เราเข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น รู้ว่าข้อความที่เราจดคืออะไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าเรายืมของเพื่อนอันไหนเราไม่เข้าใจ เราก็จะไม่เข้าใจอยู่อย่างนั้น และคำตอบก็หาไม่ได้อีกด้วย

ไฮไลต์ตรงจุดสำคัญ เคล็ดลับเรียนดี



ความโดดเด่นและสิ่งที่มีสีสะดุดตาจะช่วยกระตุ้นความจำและเรียกร้องความสนใจแก่สายตาเราได้มากยิ่งขึ้น ที่กล่าวมานี้หมายถึงการใช้ปากกาไฮไลต์ที่ใช้แต้มหรือขีดตรงเนื้อหาสำคัญ ๆ ให้ง่ายต่อการจดจำมากยิ่งขึ้น

แต่เดิมนั้นในเวลาที่เราอ่านหนังสือเรามักจะใช้ดินสอ หรือปากกาขีดเส้นใต้ เพื่อเน้นตรงข้อความหรือแนวคิดที่สำคัญของบทเรียนนั้น ๆ แต่การที่เราใช้ปากกาสีน้ำเงิน ดำ หรือดินสอ ซึ่งเป็นสีค่อนข้างทึบ เรียบ ไม่เด่น เราก็มักจะจำไม่ได้ หาข้อมูลอีกครั้งได้ยาก ดังนั้นเลือกชื้อไฮไลต์ สีแดง สีชมพู เหลือง และเขียว สะท้อนแสงมาใช้ขีดข้อความสำคัญ ๆ จะช่วยให้สายตามองเห็นได้ง่ายยิ่งขึ้น และสีที่สะดุดตานี้เองจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการจดจำต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

หลังจากที่เราใช้ปากกาไฮไลต์จะสะดุดตานั้นจะช่วยให้เราอ่านหนังสือได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถกวาดสายตาไปอ่านตรงจุดที่เน้นเอาไว้ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ประหยัดเวลาการอ่านได้เป็นอย่างมาก

วันพุธที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ เคล็ดลับเรียนดี

ในยุคของโลกไร้พรมแดนเช่นนี้ อินเตอร์เน็ตเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย ที่เรารู้จักกันอย่างดี โดยส่วนใหญ่เรามักจะใช้อินเตอร์เน็ตในหลาย ๆ ด้าน เช่น การติดต่อพูดคุย การซื้อของ การบริการความบันเทิง และรวมทั้งการศึกษาหาความรู้





ปัจจุบันการศึกษาผ่านอินเตอร์เน็ตก้าวหน้ามาก สามารถเรียนได้ถึงระดับปริญาเอก แต่นอกจากการเรียนเช่นนี้แล้ว อินเตอร์เน็ตยังเป็นแหล่งรวมความรู้ระดับโลก นับว่าเป็นคลังความรู้ที่กว้างใหญ่มากเลยทีเดียว

ดังนั้นในการพัฒนาความรู้ และความรอบรู้ให้ตัวเองโดยการนำเทคโนโลยีอย่างอินเตอร์เน็ตมาใช้ ก็จะช่วยสร้างพื้นฐานความรู้ของเราให้กว้างขวางมากขึ้น เพราะปัจจุบันการศึกษาเฉพาะในบทเรียนคงไม่ทันโลก ทันเหตุการณ์มากเท่าไรแล้ว

สำหรับผู้ที่สนใจในการเรียน จะไม่ได้มองอินเตอร์เน็ตเป็นเพียงแค่แหล่ง รวมความบันเทิง การพบปะอีกต่อไป แต่ยังเป็นคลังความรู้ที่จะช่วยพัฒนาสติปัญญาให้เติบโตทันเหตุการณ์มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

บันทึกเทปแล้วเปิดฟัง เคล็ดลับเรียนดี




สังเกตตัวเองบ้างไหมว่าเวลาที่เราฟังเพลงนั้น เพียงไม่กี่รอบนั้นก็จะติดหู และร้องตามได้แล้ว หลักการนี้ก็น่าจะนำมาใช้กับการอ่านหนังสือของเราดูบ้างคงจะได้ผลเช่นกัน

หากเราสามารถนำสมองส่วนขวา ซึ่งเกี่ยวกับศิลปะและการจินตนาการมาใช้มากขึ้น หน่วยความจำในสมองของเราก็จะมากและพัฒนาขึ้นเช่นกัน การฟังเพลงถือว่าเป็นการใช้สมองซีกขวา เพราะเป็นเรื่องของอารมณ์สุนทรียะ

เพราะฉนั้นการนำหลักการเรียวกับการฟังเพลงมาใช้ในการจำบทเรียนก็น่าจะใช้ได้เหมือนกัน ซึ่งการใช้วิธีนี้ก็คือหลังจากการที่เราอ่าน และบันทึกสาระสำคัญของเนื้อหาแล้ว ก็นำเนื้อหาที่ได้ทั้งหมดมาอ่านอัดใสาลงในเทปคลาสเซ็ท จากนั้นเราก็เปิดฟังแทนเพลง แม่จะไม่มีทำนองให้น่าสนใจนัก แต่การฟังอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราซึมซับเข้าไปเรื่อย ๆ และในที่สุดก็จะจำและท่องได้ ไม่ต่างอะไรกับเนื้อหาเพลงเลยทีเดียว

ผลัดกันถามและตอบ เคล็ดลับเรียนดี

การอ่านหนังสือให้ได้ผลดีนั้นอาจจะต้องอาศัยเพื่อน หนือคนใกล้ตัว ในการช่วยให้เราอ่านหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เคล็ดลับนี้ก็เป็นเคล็ดลับการท่องหนังสือที่ต้องอาศัยเพื่อนช่วยในการจำบทเรียน นั่นคือผลัดกันถามตอบ จะมีการตั้งคำถามที่เกี่ยวกับเนื้อหาทั้งหมดในบทเรียนนั้น ๆ และผลัดกันถามตอบทีละข้อ การถามตอบนี้จะช่วยให้ผู้ตั้งคำถามและผู้ตอบ จดจำบทเรียนต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น



การตั้งคำถามเช่นนี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมในบทเรียนได้อย่างถี่ถ้วนมากขึ้น คำถามที่เราตอบได้หมายถึงบทเรียนจุดนั้นเราจำได้แล้ว แต่คำถามใหนที่เราตอบไม่ได้ นั่นบอกให้เรารู้ว่าข้อด้อยของเราอยู่ตรงไหน ก็จะได้เตรียมตัวให้มากยิ่งขึ้น

การถามตอบ เป็นเหมือนการคาดคำตอบ คำถามของครูผู้สอนถือว่าเป็นการทำข้อสอบในชั้นหนึ่งแล้ว ดังนั้นเวลาที่เราเจอข้อสอบก็จะเป็นเรื่องง่าย และไม่ต้องกลัวอีกต่อไป

วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หลัก W5 H1 ยังใช้ได้เสมอ เคล็ดลับเรียนดี




หลัก W5 H1 เป็นหลักสากลที่เรานิยมนำมาใช้จับใจความสำคัญ หรืออธิบายบทเรียน หรือเรื่องราวต่าง ๆ หลัก W5 H1 ประกอบไปด้วย

  • Who ใคร
  • What อะไร
  • Where ที่ไหน
  • When เมื่อไร
  • Why ทำไม
  • และ How อย่างไร

ในการอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาค่อนข้างมาก การจับใจความว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม และอย่างไร การตอบคำถามได้ หรือสรุปได้อย่างนี้ นอกจกาจะช่วยให้เข้าใจบทเรียน เรายังสามารถจดจำและจินตนาการได้ง่ายยิ่งขึ้น

ตัวอย่างของการจับใจความที่สำคัญโดยใช้หลัก W5 H1 นี้ เช่น การอ่านประวัติการก่อตั้งสหกรณ์ผู้ผลิตเกลือจังหวัดสมุทรสาคร และจากการอ่านสรุปออกมาโดยใช้หลัก W5 H1 คือ เกษตรผู้ผลิตเกลือ จังหวัดสมุทรสาคร มีการร่วมจัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2542 เพื่อจัดตั้งสหกรณ์ชาวนาเกลือ ในการช่วยสร้างอำนาจการต่อรองให้สูงขึ้น จากการสรุปข้างต้น ก็ทำให้เราเข้าใจและรับรู้ประวัติการก่อตั้งสหกรณ์ชาวนาเกลือ จังหวัดสมุทรสาครได้แล้ว

การอ่านหนังสือเรียน หรืออ่านหนังสือเตรียมสอบ ก็ตาม โดนเฉพาะวิชาที่มีการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย อย่างเช่น ภาษาไทน สังคม หรือการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ การใช้หลัก W5 H1 เข้ามาช่วยในการสรุปใจความสำคัญจะทำให้การอ่านมีประสิทธิภาพมากขึ้น


วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553

พื้นฐานความรู้ เคล็ดลับเรียนดี



การสร้างตึกหรืออาคารสักหลังหนึ่ง เสาเข็มเป็นจุดที่สำคัญมากที่สุด เพราะเป็นฐานที่รองรับตัวอาคารที่กำลังต่อเติมทั้งหมด หากหลักฐานไม่มั่นคงโอกาสที่ตึกจะพังหรือถล่มก็มีมาก ดังนั้น รากฐานต้องแข็งแรงและมั่นคง เพื่อการตั้งและดำรงอยู่ของอาคารนานเป็นสิบ ๆ ปี

เรื่องของอาคารก็เปรียบได้กับความรู้ของเราแต่ละคน ก่อนที่ความรู้ที่มีจะเพิ่มพูนได้ดังนั้น เราจะต้องมีความรู้เดิม ที่ติดแน่นอยู่ในสมองความจำของเรามาบ้างแล้ว

การปูพื้นฐานทางการศึกษา ความจริงแล้วเราควรเริ่มตั้งแต่เข้าเรียนในชั้นอนุบาล ครอบครับและครูต้องช่วยกันส่งเสริม แนะนำให้เด็กได้รับความรู้ และทำความเข้าใจกับบทเรียนตั้งแต่เริ่มแรกก็จะเป็นการปูพื้นฐานที่ดีที่สุด

ถึงแม้ว่าเราจะปูพื้นฐานให้กับตัวองช้าไปหน่อย คื่อปูตอนโตที่แล้ว ก็ยังไม่สายเพียงแค่เราเริ่มตั้งแต่การตั้งใจเรียนทุกชั่วโมง ทุกวิชา หมั่นทบทวนตำราเรียน ก็จะทำให้พื้นฐานทางวิชาการมั่นคงและแน่นมากยิ่งขึ้น

เด็ก ๆ ส่วนใหญ่มักนิยมเข้าโรงเรียนกวดวิชา เพราะต้องการเรียนเสริมความรู้จากการเรียนในห้องเรียน ความจริงแล้วก่อนที่เราจะจ่ายเงินไปกับการกวดวิชาเราควรแน่ใจว่า พื้นฐานความรู้ของเราแน่นพอแล้ว เพราะโรงเรียนกวดวิชาส่วนใหญ่จะสอนการคิดที่รวดเร็ว และเป็นการเสริม ถ้าหากเราขาดความรู้พื้นฐานเราก็จะไม่เข้าใจในส่วนที่กวดวิชาอยู่ ซึ่งเราจะเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

วางเป้าหมาย เคล็ดลับการเรียนดี



การมองที่สูงในที่นี้คือ การวางเป้าหมายให้กับตัวเอง การที่มีเป้าหมายจะช่วยให้ตนเองก้าวไปข้างหน้า และเป็นแรงผลักดันได้มากเลยทีเดียว

เป้าหมายสูงนั้นแค่ไหน จะต้องดูว่ามันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เช่นในตอนแรก เราเรียนวิชาเคมีไม่ดีเลย คะแนนเกือบตก เป้าหมายต่อไปไม่ต้องถึงขนาดได้คะแนนสูงสุด แต่ขอสัก 60 - 70 % ก็น่าจะพอใจแล้ว การเลือกเป้าหมายสูงแต่ไม่ไกลเกินเอื้อมจะช่วยให้เราพบความสำเร็จในการเรียนได้ไม่ยาก และหากพลาดหวังก็จะไม่ผิดหวังมากด้วย

เด็กในวัยเรียนส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมองเป้าหมายในชีวิตมากนัก เพราะว่าเห็นพ่อแม่ ผู้ปกครองจะดูแลตนเองได้ และตนเองก็ยังเด็กอยู่ด้วย บางคนคิดว่าไม่ควรหวังเพราะเรียนยังไงก็เท่าเดิม การคิดเหล่านี้เป็นความคิดที่ผิด เพราะจะทำให้ตนเองย่ำอยู่กับที่ การเรียนที่จะพัฒนาก็เท่าเดิม หรืออาจจะแย่กว่าเดิม

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เลือกให้เหมาะกับตัวเอง

การเรียนให้เก่งให้ดีนั้น เราอาจจะมุ่งไปในทางที่ไม่เหมือนกับคนอื่นได้ แต่ขอให้เรียนทางที่เราถนัด และเหมาะสมกับตัวเองก็เพียงพอแล้ว



บางคนตั้งเป้าหมายในชีวิตอยากเรียนหมอ เพราะถูกปลูกฝังมาแต่เด็ก และค่านิยมว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ และมีแต่คนที่ยกย่องส่งเสริม แต่ความจริงแล้วไม่ชอบวิชาชีววิทยา ทั้ง ๆ ที่เป็นวิชาสำคัญของหมอเลยทีเดียว และจริง ๆ ชอบวิชาคณิตศาสตร์ ชอบคำนวน ดังนั้นควรเลือกเรียนบริหาร หรือบัญชีมากกว่าแพทย์ เป็นต้น

เมื่อเราเลือกทางที่เราถนัด เราสามารถทำให้มันเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ เราก็จะชอบ และทำในสิ่งที่ชอบด้วยความสุข แล้วความสำเร็จก็ย่อมตามมาแน่นอน

ตัวเราเองเป็นคนกำหนดทางเดิน และความชอบ หรือความสนใจ การเลือกทางที่ดีที่สุดให้ตัวเอง แล้วเรื่องผลการเรียนที่น่าพอใจก็จะตามมาอย่างแน่นอน

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียน

การที่คนเราจะทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้ดี หรือประสบความสำเร็จนั้น ส่วนใหญ่มักจะมาจากความชอบ ความอยากทำในเรื่องของการเรียนก็เช่นเดียวกัน การสร้างทัศนคติต่อการเรียน ก็นับเป็นการวางรากฐานที่สำคัญของการเรียนที่ประสบความสำเร็จ



เราเคยสังเกตตัวเองหรือไม่ว่า เรามักจะทำอะไรไม่ได้ดี หากเราไม่อยากทำสิ่งนั้น หรือเราเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องไม่ดี และก็น่าเบื่อสำหรับเรา

ความจริงแล้วการปลูกฝังทัศนะคติที่ดีต่อการเรียน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปลูกฝังมากันตั้งแต่ครอบครัว ซึ่งทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเรียนมากยิ่งขึ้น เมื่อเราเห็นว่าการศึกษาดี เมื่อนั้นเราก็อยากเรียน และจะทำให้ได้ดี การสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียน ทำได้แม้ว่าจะไม่ได้เริ่มจากครอบครัวก็ตาม นั่นคือการเริ่มสร้างเป้าหมายให้ให้กับตนเองและเห็นว่าการศึกษาทำให้เห็นเป้าหมาย นั่นก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้ทำในสิ่งที่ฝันได้แล้ว

ตัวอย่างของการที่เรามีทัศนคติไม่ดี เช่น เรื่องของสงคราม สงครามนำความเดือดร้อน ทุกข์ยาก และความพลัดพลากมาสู่ชีวิตของเรา คนเราจึงไม่ชอบ และรังเกียจสงคราม แต่หากเรามองการเรียนเป็นเรื่องน่าเกลียด น่าเบื่อ มีแต่เรื่องเลวร้ายแบบสงคราม อนาคตเราคงแย่ เพราะผลจากการเรียนและการทำสงครามแตกต่างกัน