ไม่ว่าเราจะเก่งสักแค่ไหน ย่อมมีอีกหลายเรื่องที่เราไม่รู้ิ คำถามก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ และการเป็นคนเก่งของเรานั่นเอง

ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่เรานั่งเรียนอยู่ บทเรียนบางบท จุดบางจุดเราก็ไม่เข้าใจ ก็ย่อมมี แต่เรามักจะปล่อยให้มันผ่านไปด้วยสาเหตุหลัก 2 ประการด้วยกัน
1. กลัวที่จะถาม
ความกลัวที่ว่าเกิดจากความไม่กล้า พอเห็นเพื่อไม่คัดค้าน ไม่สงสัยเราก็ปล่อยเลยตามเลย ถามไปก็กลัวว่าจะถูกมองเป็นคนโง่ ง่าย ๆ ก็ไม่รู้ หรือบางทีก็กลัวว่า จะถามอะไรที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่อยู่ในความสนใจของคนอื่น ความจริงแล้วสาเหตุนี้แก้ได้โดยการสร้างความกล้าให้ตัวเอง ลดความกลัวต่าง ๆ ให้หมด และคิดว่าถ้าไม่ถามเราก็ไม่มีทางเข้าใจได้เลย ต้องไม่กลัวที่จะรู้ เป็นสิ่งที่เราควรทำ

2. ยึดมั่นในศักดิ์ศรี
สาเหตุนี้มักเกิดขึ้นกับคนที่เรียนดีอยุ่แล้ว เพราะมันมักจะเป็นสิ่งที่เขาต้องรู้ แต่พอไม่รู้เขาก็ไม่กล้าแสดงออก เพราะกลัวว่าจะเสียฟอร์ม เสียศักดิ์ศรี ซึ่งอาจจะทำให้ความรู้ที่มีอยู่น้อยลงก็ว่าได้ ดังนั้นการเสียศักดิ์ศรี มีอิทธิพลต่อความรู้เรามาก และก็จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะตัดออกไป
คำถามที่เราถามนั้นจะสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น และส่งผลดีต่อการเรียนในอนาคต ส่วนใหญ่แล้วเราสามารถถามได้ทั้งครูขณะที่สอนในห้อง และข้างนอก ถามเพื่อนที่จะอธิบายให้เราได้ หรืออาจจะถามรุ่นพี่ที่เคยเรียนมาแล้วก็ได้
การเรียนหนังสือให้ดีนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้ความสามารถที่พิเศษเหนือใคร ๆ เลย

คุณคงเคยเห็นเสมอว่าเพื่อนบางคนที่เรียนเก่ง เรียนดี นั้นไม่ใช่คนที่เรียนหนักเสมอไป เขาใช้เวลาว่างในตอนพักกลางวันมาเล่นกับคุณ เสาร์ - อาทิตย์เขาก็ไปดูหนัง ไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ต่างจากที่คุณทำหรอก
คนเรียนเก่งไม่ใช่คนที่ต้องใช้เวลาทุกเย็นหลังเลิกเรียน และวันหยุดหมดไปกับการขลุกอยู่ในโรงเรียนสอนพิเศษ คนที่อุทิศชีวิตให้กับการเรียนพิเศษอาจจะเรียนดีขึ้นได้ แต่นั่นไม่ได้เรียกว่า "ใช้เทคนิค" ในการเรียนให้ดีขึ้น
การมีเทคนิคในการเรียนคือ รู้เทคนิควิธีที่จะเรียนให้ดีขึ้นได้อย่างง่าย ๆ และได้ผลดีจริง คนเราไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากมายขนาดนั้นให้ตัวเองเรียนดีขึ้น
คนที่ปรุงอาหารได้เอร็ดอร่อยไม่ใช่คนที่ผ่านการเรียนในโรงเรียนที่สอนทำอาหาร เขาเป็นแค่คนที่รู้จักเคล็ดลับในการทำอาหารและมีสูตรลับในการปรุงเท่านั้นเอง คนที่จบจากโรงเรียนสอนทำอาหาร มิใช่คนที่จะทำอาหารได้อร่อยเสมอไป
การใส่ใจในเรื่องเรียนพิเศษนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ทุกวันนี้ดูเหมือนการเรียนพิเศษจะกลายเป็นการเรียนที่ไม่พิเศษไปแล้ว เพราะนักเรียนนักศึกษาต่างใช้เวลามากมายเหลือเกินกับการไปเรียนพิเศษ จนเหมือนเป็นการไปเรียนอย่างปกติกับโรงเรียนแห่งที่สอง

ถ้าเราจัดกระบวนการเรียนรู้ของเราได้อย่างชาญฉลาด การเรียนในห้องนั้นก็เพียงพอแล้ว นักเรียนส่วนใหญ่ พ.ศ. นี้อ้างว่า คุณครู่ที่สอนในห้องเรียนไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงต้องไปเรียนพิเศษ แต่ที่จริงแล้วน่าจะอยู่ที่ตัวเราเองมากกว่า
ถ้าตัวเรามีทักษะในการเรียนที่ดี เราก็สามารถเรียนได้ดีโดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ เลย เพียงแค่เริ่มต้นด้วยการปรับทัศนคติใหม่ สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเอง มองการเรียนว่าเป็นเรื่องไม่ยากเย็นอะไรสักนิด ตั้งใจอย่างมุ่งมั่นในความพยายามที่จะเพิ่มทักษะในการเรียนรุ้ของตนเอง แล้วสนุกกับการเรียนรู้ในแต่ละวิชา อย่าเรียนเพียงเพราะว่าต้องเรียนวิชานั้นวิชานี้ แต่ควรเรียนด้วยความต้องการอยากรุ้ว่าวิชานั้นวิชานี้ได้เนื้อหาข้อมูลอะไรแก่เราบ้าง