"ไฟลนก้น" เป็นสำนวนที่บอกถึงอาการรีบร้อนได้เป็นอย่างดี และเรามักจะเป็นเช่นนั้นเสมอ การเรียนไม่ว่าจะเป็นการอ่าน การทบทวนบทเรียน หรือการทำการบ้าน งานที่ได้รับมอบหมาย เรามักจะทำเอาตอนที่ใกล้ถึงเวลา เช่น อาจารย์มอบหมายงานเขียนเรื่องหนึ่งนัดส่งวันอังคารที่ 21 กันยายน แต่เรามักจะใช้เวลาก่อนหน้านี้แบบเสียประโยชน์ และมาลงมือทำอย่างจริงจัง ก็คือวันที่ 20 กันยายน คืนก่อนส่งงานนี่แหละ

การทำเช่นนี้นอกจากจะไม่ทำให้เราประสบความสำเร็จทางการเรียนแล้ว เราก็จะเป็นคนที่ทำอะไรลวก ๆ ขาดคุณภาพ เพระาเราไม่มีเวลาและรีบทำงานให้เสร็จ ๆ เท่านั้น การทบทวน กลั่นกรองก็จะตกหล่นไปแน่นอน ทางที่ดีที่สุดนอกจากจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้รับมอบหมายแล้ว เราจะต้องไม่รอเวลา หรือผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะผลตอบกลับมาย่อมไม่เกิดผลประโยชน์อย่างแน่นอน
สถานที่ในที่นี้คงไม่ต้องพูดถึงชั้นเรียน เพราะทางโรงเรียนส่วนใหญ่จะจัดสถานที่ให้เหมาะสมกับการเรียนอยู่แล้ว แต่สถานที่ของการเรียนรู้ นั่นคือ บ้าน หอพัก หรือที่ที่เราต้องอ่านหนังสือ

เราต้องดูทุกอย่างให้พร้อมให้เรียบร้อย เพื่อจะได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ อากาศและบรรยากาศต้องดี อากาศที่ว่าต้องมีการถ่ายเทที่สะดวก ไม่อึดอัด ทึบ จนหงุดหงิดอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ส่วนบรรยากาศต้องเงียบ ไม่พลุกพล่าน ซึ่งต้องเป็นที่ ๆ ทำให้เกิดสมาธิได้นั่นเอง
แสงสว่าง เรื่องของแสงสว่างนี้สำคัญ เพราะหาไม่พอต้องเพ่งตัวหนังสือจนสายตาเสีย หรือจ้าเกินไปก็แสบตา แสงสว่างนี้ถ้าน้อยไปก็จะทำให้เราเกิดอาการง่วงนอนตลอดเวลา และผลจะเป็นว่าหนังสืออ่านเรา มากกว่าเราอ่านหนังสือ
โต๊ะและเก้าอี้ ระดับของหนังสือต้องพอดีกับสายตา ไม่ต่ำมากจนต้องก้ม เพราะจะปวดหลัง เก้าอี้ต้องนั่งสบาย และท่านั่งต้องหลังตรง เพราะการนั่งตัวตรงเกิดสมาธิได้ง่าย