สถานที่ในที่นี้คงไม่ต้องพูดถึงชั้นเรียน เพราะทางโรงเรียนส่วนใหญ่จะจัดสถานที่ให้เหมาะสมกับการเรียนอยู่แล้ว แต่สถานที่ของการเรียนรู้ นั่นคือ บ้าน หอพัก หรือที่ที่เราต้องอ่านหนังสือ

เราต้องดูทุกอย่างให้พร้อมให้เรียบร้อย เพื่อจะได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ อากาศและบรรยากาศต้องดี อากาศที่ว่าต้องมีการถ่ายเทที่สะดวก ไม่อึดอัด ทึบ จนหงุดหงิดอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ส่วนบรรยากาศต้องเงียบ ไม่พลุกพล่าน ซึ่งต้องเป็นที่ ๆ ทำให้เกิดสมาธิได้นั่นเอง
แสงสว่าง เรื่องของแสงสว่างนี้สำคัญ เพราะหาไม่พอต้องเพ่งตัวหนังสือจนสายตาเสีย หรือจ้าเกินไปก็แสบตา แสงสว่างนี้ถ้าน้อยไปก็จะทำให้เราเกิดอาการง่วงนอนตลอดเวลา และผลจะเป็นว่าหนังสืออ่านเรา มากกว่าเราอ่านหนังสือ
โต๊ะและเก้าอี้ ระดับของหนังสือต้องพอดีกับสายตา ไม่ต่ำมากจนต้องก้ม เพราะจะปวดหลัง เก้าอี้ต้องนั่งสบาย และท่านั่งต้องหลังตรง เพราะการนั่งตัวตรงเกิดสมาธิได้ง่าย
ช่วงเวลาของการอ่านหนังสือ ก็นับว่าเป็นเคล็ดลับการเรียนเก่งได้เหมือนกัน เพราะช่วงเวลาก็เป็นตัวกำหนดการเกิดสมาธิ และความจำของเราแต่ละคนนั่นเอง

ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะรีบทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือทบทวนบทเรียนก่อนเข้านอน ยิ่งไกล้สอบก็ยิ่งนอนตี 2 หรือเช้ามืด หรือบางคนอาจจะไม่นอนเอาซะเลย
ในช่วงหัวค่ำการอ่านหนังสือของเราอาจไม่ได้ผลดีนัก เพราะมักจะมีเสียงต่าง ๆ หรือกิจกรรมต่างมารบกวนสมาธิของเราอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพื่อน ครอบครัวคุยกัน หรือละครทีวี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ทำลายช่วงเวลาการอ่านหนังสือของเราได้มากทีเดียว

ความจริงแล้วช่วงเวลาที่สงบที่สุดของการอ่านหนังสือคือตอนเช้ามืดประมาณตี 3 ถึง ตี 5 ตอนนี้อากาศเย็นสบาย และเงียบสงบดีมาก ดังนั้นในช่วงเวลาตอนหัวค่ำ เราควรนอนให้มากที่สุด และตื่นขึ้นมาตอนช่วงเช้ามืดแทนการนอนดึก การอ่านหนังสือตอนนี้จะได้ผลมากกว่าช่วงหัวค่ำอย่างแน่นอน